5 หนังสยอง…ชวนขนลุก! คนรักหนังสยองขวัญ ห้ามพลาด!!

ใครเป็นคอ ดูหนังออนไลน์ สยองขวัญ…ยกมือขึ้นหน่อยเร็ว! ใครที่เข้ามาอ่านบทความนี้แน่นอนว่าต้องเป็นแฟนคลับคนรักหนังออนไลน์สยองขวัญอย่างแน่นอน วันนี้จะมาแนะนำหนังสยองขวัญสุดโหดจะทำให้เพื่อนๆและขวัญสั่นประสาทเลยทีเดียว บอกเลยว่าไม่ว่าจะดูกี่ครั้งกี่หนก็จะรู้สึกขนหัวลุกทุกครั้งที่ดู มาดูกันเลยว่ามีหนังเรื่องอะไรบ้าง ตามมา..Go Go!!
1. The Eye
เป็นภาพยนตร์ที่รีเมคจากหนังสยองขวัญของเอเชีย กว่ารายได้ในสหรัฐอเมริกามากกว่า 900 ล้านบาท ซึ่งได้ดาราสาวมากความสามารถอย่าง “เจสสิก้า อัลบา” มารับบทเป็นนักไวโอลินสาวที่มองเห็นสิ่งแปลกประหลาด จนทำให้เนื้อเรื่องนั้นเข้าสู่ความสยองขวัญที่คาดไม่ถึง
สาเหตุที่ทำให้มองเห็นสิ่งแปลกประหลาดนั้น…ก็เพราะว่าเธอได้รับการผ่าตัดกระจกตา ซึ่งมีโอกาสให้เธอมองเห็นได้อีกครั้ง แต่เมื่อเธอผ่าตัดตาเสร็จลืมตาขึ้นมาจะมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น บอกเลยว่าดวงตาคู่ใหม่ของเธอนั้นทำให้เธอก้าวสู่โลกที่แปลกประหลาดจนน่าขนลุกเลยทีเดียว
2. No One Lives
ในเรื่องนี้ได้ “ลุค อีแวนส์” มารับบทเป็นฆาตกรโรคจิตที่หน้าตาดีและมาพร้อมกับความโหดเหี้ยมอำมหิตเกินมนุษย์! เรื่องนี้ได้เป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเพราะมีการหักมุมได้สะใจจนติดอันดับ เนื้อเรื่องคร่าวๆนั้นก็คือ….มีกลุ่มอันธพาลกำลังมองหาเหยื่อรายใหม่ ก็คือคู่รักที่นั่งทานอาหารกันอยู่ในมุมมืดของบาร์ โดยที่กลุ่มนี้ยังไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนั้นเป็นฆาตกรโรคจิต งานนี้จากมองเขาเป็นเหยื่อกลับกลายเป็นเหยื่อซะเอง!
3. The Haunting In Connecticut
ภาพยนตร์ที่น่าขนหัวลุกเพราะได้สร้างจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นของครอบครัวไวริค เป็นเรื่องราวของสามีภรรยาจะได้ย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังใหม่ในจอร์เจีย แต่แล้วสิ่งผิดปกติก็เริ่มเกิดขึ้นเมื่อเอมี่ลูกสาวคนเดียวของเขาได้เริ่มเห็นสิ่งที่อธิบายไม่ได้ และความกลัวนั้นก็มากขึ้นทุกวันเมื่อทั้งคู่ก็ได้พบประสบการณ์สุดสยองขวัญด้วยตัวเอง บอกเลยว่าบ้านนี้มีความรักที่เกิดขึ้นมาหลายชั่วอายุคน!!
4. Texas Chainsaw Massacre
ภาพยนตร์สุดโหดที่ได้แรงบันดาลใจจากฆาตกรต่อเนื่องตัวจริง “เอ็ด กีน” ได้นำมาสร้างเป็นเรื่องราวสุดระทึกขวัญเกี่ยวกับการเอาตัวรอด จากฆาตกรที่โหดชอบทรมานเหยื่อด้วยเลื่อยไฟฟ้า และยังชอบถลกหนังเหยื่อออกมาสวมปิดบังใบหน้าของตัวเอง เนื้อเรื่องนั้นจะเป็นเกี่ยวกับกลุ่มวัยรุ่นที่กำลังวางแผนเดินทางไปชมคอนเสิร์ต แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตร!!เมื่อต้องมาลงเอยด้วยความสยอง…
5. The Last Exorcism
เป็นหนังผีสุดคลาสสิคที่เต็มไปด้วยฉากหลอนๆขนหัวลุกมากมาย และยังสร้างมาจากเรื่องจริงของพิธีขับไล่ปีศาจของเด็กชายอายุ 13 ปีในเมือง เมืองเมาท์ เรเนียร์ รัฐแมรี่แลนด์ เมื่อปี 1949 หลังจากที่เธอให้กำเนิดทารกในคราบของซาตาน เธอก็ได้มีโอกาสเข้าทำงานในโรงแรมแห่งหนึ่งในเมือง แต่เมื่อปีศาจตนเดิมได้หวนกลับมาตามหลอกหลอนเธออีกครั้งความโหดและขนหัวลุกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว สุดท้ายนี้เพื่อเธอจะรอดหรือเธอจะหนีปีศาจได้อย่างไรต้องไปดู

ทำไมฉันถึงได้ชอบดู “หนังออนไลน์สยองขวัญ”!!

คนที่ชอบดู หนังออนไลน์ 2020 สยองขวัญ คุณรู้ไหมคะว่าทำไมคุณถึงชอบที่จะดูถึงแม้ว่าจะกลัวก็ตาม? หนังสยองขวัญนั้นยิ่งในสมัยนี้การทำเอฟเฟคก็ยิ่งน่ากลัวขึ้น มีความสมจริงขึ้นมากบางครั้งก็เล่นเอาตกอกตกใจเป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ แต่มีคนได้กล่าวไว้ว่าการดูหนังสยองขวัญนั้นจะสามารถให้รับมือกับสถานการณ์ในชีวิตได้ดีกว่าคนที่ไม่ดู และจะจัดการกับความวิตกกังวลของตัวเองได้ดีมากขึ้นเลยค่ะ
“ คุณรู้ไหมคะว่าความกลัวนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เราอยู่รอด แล้วความกลัวจะไม่เกิดขึ้นถ้าเราไม่ได้รับรู้ว่าสิ่งนั้นน่ากลัวอีกทั้งความกลัวยังเป็นตัวที่กระตุ้นให้เราอยู่รอดอีกด้วย มันเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งที่ได้รับการถ่ายทอดกันต่อมา ”
แปลกใจกันบ้างหรือเปล่า ว่าทำไมหรือมีอะไรที่ทำให้เรากลัวในเรื่องของผีหรือชื่นชอบในเรื่องของผี ภาพยนตร์แนวสยองขวัญสั่นประสาทมักจะชอบทำสิ่งต่างๆให้คนกลัวและประหลาดใจอยู่เสมอ ยิ่งแนวสั่นประสาทจะทำให้ขนหัวลุกได้ตลอดเวลา ยิ่งน่ากลัวก็ยิ่งกระตุ้นให้คนอยากไปดูอยากรู้ว่ามันน่ากลัวขนาดไหน บางคนก็ชอบที่จะดูดูแล้วดูอีกขนาดน่ากลัวและสยดสยองขนาดไหน แต่บางคนก็ขอโบกมืออยู่ห่างๆจะดีกว่าแล้วก็ไม่อยากจะเข้าไปดู
ทำไมฉันถึงได้ชอบดูหนังสยองขวัญกันนะ?
ในเรื่องนี้มันมีเหตุผลรองรับอยู่ เวลาที่ได้ดูหนังสยองขวัญก็จะเพลิดเพลินไปกับมันเพราะอารมณ์ที่เรียกว่า กลัว มันจะเกิดขึ้นในระหว่างที่ดูจึงทำให้ร่างกายนั้นหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา แต่เมื่อเกิดความเครียดขึ้นมาก็จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความตื่นเต้นออกมาด้วย เพราะแบบนี้จึงทำให้คนที่ดูนั้นมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังที่ดูอยู่นั่นเอง
พูดง่ายๆเลย คือ อารมณ์เป็นสิ่งที่ได้ถูกปรุงขึ้นมาจากในสมอง เมื่ออารมณ์กลัวจะถูกดึงขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ตามที่สมองได้รับข้อมูลไม่ว่าจะเป็นภาพหรือเสียง ที่ส่งมาจากอวัยวะสัมผัสอย่าง หู ตา จมูก และสมอง ก็จะไปกระตุ้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในร่างกายส่วนอื่นๆอีกที ความเปลี่ยนแปลงของระดับสารและฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นมันมีความสำคัญนะคะ เพราะสมองของคนที่กำลังกลัวมันจะเตรียมตัวที่จะสู้หรือไม่ก็หนี ซึ่งเป็นสัญญาณการอยู่รอดและเอาตัวรอดอีกอย่างหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงของระบบร่างกายในสภาวะนี้ เกิดขึ้นเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้อวัยวะทั้งหมดที่ทำงานร่วมกันสามัคคี เพื่อให้สู้หรือหนีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเองค่ะ
เราสามารถกลัวได้โดยไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นจริงและไม่เคยสัมผัสกับมันจริงๆ ซึ่งการกลัวแบบนั้นจะเกิดขึ้นจากการฟังหรืออ่านมาไม่ว่าจะเป็นดูโทรทัศน์หรือดูหนังภาพยนตร์สยองขวัญ เลิกกันกลัวเหล่านี้ก็เป็นคนไกลการช่วยชีวิตแต่ความกลัวบางอย่างก็ดูเหมือนว่าจะเป็นอุปสรรคของชีวิตด้วย แล้วที่ชอบดูหนังสยองขวัญกันนั้นก็เพราะว่าสามารถจัดการกับความกลัวได้แล้วนั่นเอง อีกทั้งมันยังตื่นเต้นสนุกแล้วก็กระตุ้นร่างกายให้เกิดการตอบสนองว่าจะสู้หรือหนี แล้วต้องบอกว่าเป็นการฝึกสัญชาตญาณอีกอย่างหนึ่งด้วย เอาแบบนี้เลยค่ะคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงได้ชอบดูหนังสยองขวัญกันมากเราถึงตัวผู้เขียนเองด้วย

ดูหนังออนไลน์ภาษาอังกฤษ เพื่อฝึกภาษากันเถอะ!

เวลาไปดู หนังออนไลน์ หรือหนังในโรงแบบไม่มี subtitle คงจะรู้สึกว่าฟังไม่รู้เรื่องหรือดูไม่เข้าใจว่าต้องการสื่ออะไรเลย หรือแม้กระทั่งการฟังเพลงแบบไม่มีคำแปลก็ไม่เข้าใจว่าเนื้อเพลงนั้นมีความหมายยังไง วันนี้เราอยากจะให้คุณทำความเข้าใจกับการดูแบบไม่มี subtitle กันมากขึ้น เพื่อที่จะได้เข้าใจภาษามากขึ้นและเป็นการฝึกฝนภาษาอังกฤษมากขึ้นนั่นเอง
ประโยชน์ของการดูหนังแบบไร้คำแปล
การดูหนังหรือฟังเพลงเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งรูปแบบภาษาอังกฤษที่ใช้กันในหนังนั้นเป็นสำเนียงและภาษาแบบดั้งเดิมของเขา การดูหนังแบบไร้คำแปลก็เป็นการฝึกสำเนียงภาษาอังกฤษ ฝึกการออกเสียงว่าเขาออกเสียงเป็นยังไงในความหมายนี้ เพราะบางทีการฝึกคุยกับคนไทยก็ไม่ได้สำเนียงแบบภาษาอังกฤษแท้ๆ ทำให้เวลาไปคุยกับชาวต่างชาติจึงทำให้คุยไม่รู้เรื่องเพราะออกสำเนียงผิดนั่นเอง แล้วถ้าหากดูหนังที่เป็นสำเนียงภาษาอังกฤษบ่อยๆแล้วเริ่มเข้าใจแล้ว ก็จะสามารถทำให้คุณสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษได้ในโอกาสต่างๆได้ดีมากขึ้นนั่นเอง
การฝึกภาษาแบบไม่มีคำแปลในหนังภาษาอังกฤษนั้น ถ้าคนที่คิดอยากจะฝึกแล้วเราก็แนะนำว่าให้เริ่มจากการดูหรือฟังเพลงที่สนใจก่อน การที่เราทำในสิ่งที่ชอบก็มักจะทำให้มีความสุขในการฝึกภาษาไปในตัวด้วย แนะนำว่าให้เริ่มดูหนังที่ใช้ภาษาง่ายๆไปก่อนเพื่อที่จะได้มีกำลังใจในการฝึก จากนั้นก็เริ่มดูหนังที่มีการใช้สำนวนยากขึ้นไปอีก แล้วเมื่อมีผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดมากขึ้นคุณก็จะเริ่มมีกำลังใจในการฝึกและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
“ ทำยังไงให้เข้าใจในบทสนทนาภาษาอังกฤษในหนังมากขึ้น ”
– ให้เริ่มฟังแบบไม่มี subtitle
– เมื่อดูจบแล้วไปรอบนึงก็ลองถามตัวเองว่าเข้าใจในสิ่งที่หนังได้พูดไหม
– ถ้าหากไม่เข้าใจก็ลองเดาบริบทการกระทำว่าเขาน่าจะพูดหรือสื่อถึงอะไรอยู่
– จากนั้นก็ทำการเปิดเพื่อดูและฟังอีกรอบพร้อมกับมี subtitle
– แล้วก็ดูว่าคำแปลกับสิ่งที่คุณได้ดูไปก่อนหน้านั้นมันตรงกันหรือเปล่า
– ก็ฝึกแบบนี้ไปเรื่อยๆก็จะชำนาญและเข้าใจได้เอง
หวังว่าในบทความนี้จะทำให้ทุกคนดูหนังภาษาอังกฤษได้มีความสุขมากขึ้น และเป็นการฝึกภาษาอังกฤษที่ไม่ยากจนเกินไป เชื่อเถอะว่าถ้าหากได้ทำตามขั้นตอนที่เราได้บอกคุณไปแล้วก็จะสามารถดูหรือฟังภาษาอังกฤษได้ง่ายมากขึ้น วิธีนี้เหมาะกับคนที่ชอบดูหนังพร้อมกับอยากฝึกภาษาอังกฤษพร้อมกันไปด้วย เป็นการฝึกภาษาอังกฤษที่สนุกและได้ความรู้ไปในตัว

6 หนังดีที่ต้องบอกต่อ ที่คุณห้ามพลาด!! ในปี 2020

ใครเป็นคนที่ชื่นชอบการดู หนังออนไลน์ 2020 บ้าง แน่นอนว่าคนที่ชอบดูหนังมากๆนั้นก็มักจะดูมาเกือบทุกเรื่องแล้ว เอ๊ะ!หรือว่ายังไม่ได้ดูทุกเรื่องนะ… จริงๆเราเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ดูหนังดีๆหลายเรื่อง ก็แหม…หนังมันเยอะซะขนาดนั้นจะไปดูครบทุกเรื่องได้ยังไงล่ะ วันนี้ในตรงนี้จึงอยากจะมาแนะนำหนังดีที่ต้องมาบอกต่อให้เพื่อนๆรู้ บอกหน่อยว่าเป็นหนังที่ห้ามพลาดเด็ดขาด ต้องดูให้ได้เลยนะ!
หนังดีที่ต้องบอกต่อ!
1. Raw (2017)
เป็นหนังที่จะออกจะแหวกแนวไปซะหน่อย แต่รับรองว่าสนุกเลยต้องติดใจอย่างแน่นอน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เป็นคนกินมังสวิรัติมาตลอด แต่จู่ๆเธอก็หันมาติดใจและหลงใหลในรสชาติของเนื้อมนุษย์ แนะนำว่ามีเรื่องนี้อาจจะอึดผะอมถึงขั้นอ้วกเลยก็ว่าได้ จึงอยากบอกเพื่อนๆว่าเมื่อดูเรื่องนี้ก็ไม่ควรจะกินอาหารไปด้วยดูไปด้วย เพราะหนังเรื่องนี้มันเป็นอะไรที่พะอืดพะอมไปทั้งเรื่องเลยละคะ ต้องบอกว่าแนวนี้ไม่ใช่แนวเลือดสาดนะคะอย่าเข้าใจผิด
2. Jojo Rabbit (2019)
ถึงแม้ว่าจะดูจบไปแล้วแต่ก็เป็นหนังที่ทำให้คนดูยังรู้สึกวนอยู่ในหนัง ตั้งแต่ชิ้นแรกยันจบเรื่องหนังทำออกมาได้ดีมากๆเลย การเล่าเรื่อง…ก็เล่ามาได้อย่างละเอียดอ่อนโดยการนำสงครามนาซีมาเล่าผ่านให้มันดูตลก แต่ก็ยังทนความเศร้าความเหงาเอาไว้ในเวลาเดียวกัน เป็นหนังที่ทำให้รู้สึกว่าดูแล้วหัวใจจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่กลับถูกปลอบเอาไว้ด้วยความอบอุ่นใจ
3. Secret Zoo (2020)
เป็นเรื่องที่ตลกมากๆขำจนปวดท้องเลยทีเดียว ด้วยความยาวของหนังที่เกือบ 2 ชั่วโมงแต่กลับรู้สึกว่าไม่น่าเบื่อหรือมันยาวจนเกินไป เป็นภาพยนตร์คอมเมดี้ที่เบาสมองแต่ก็ยังสอดแทรกสาระในรูปแบบง่ายๆที่สามารถจิกประเด็นสังคมรอบตัวหลายอย่าง สะท้อนคุณค่าชีวิตคนชีวิตสัตว์ เนื้อเรื่องนั้นมีการทำอย่างละนิดละหน่อยแล้วจับมาขมวดปมไว้ด้วยกันแบบลงตัว ในเนื้อเรื่องก็จะเป็นประมาณว่าเมื่อสวนสัตว์กำลังจะเจ๊ง พวกเขาเหล่านั้นก็จะต้องทำให้สวนสัตว์อยู่รอดให้ได้ภายในเวลา 3 เดือน ซึ่งจะทำได้หรือไม่นั้นก็คงต้องไปติดตามดู
4. The Florida Project (2017)
ในการเลือกใช้โทนสีของหนังนั้นเป็นอะไรที่ตรงข้ามกับเนื้อหา ภาพสวยมากโทนสีต่างๆก็สดใส…ดูๆแล้วก็เหมือนจะเป็นหนังที่จะต้องอบอุ่นหัวใจหรือสนุกอย่างแน่นอน แต่กลับไม่ใช่อย่างนั้นเพราะตัวหนังสะท้อนให้เห็นปัญหาของสังคมที่ไม่ได้อยู่ไกลจากตัวเรา ซึ่งครอบครัวเป็นสถาบันแรกที่จะแต่งแต้มสีสันให้กับเด็กที่เป็นผ้าขาวเหล่านั้น
5. Truth or Dare (2018)
เป็นหนังที่มีความพีคในพีคอีกที หนังเรื่องนี้ให้ความรู้สึกถึงมิตรภาพที่แท้จริงแต่ว่าต้องอยู่บนเงื่อนไขของเกม แล้วการเล่นเกมกันในระหว่างเพื่อนจึงจะทำให้เห็นเนื้อแท้ของแต่ละคนผ่านคำถามทั้งหลายและบทลงโทษ เป็นหนังสยองขวัญระทึกเรื่องหนึ่งที่ทำได้ออกมาดีมากๆ อีกทั้งยังมีเรื่องที่น่าสนใจ แต่ละฉากนั้นบอกเลยว่าทำออกมาได้เสียวสันหลังถึงแม้ว่าไม่ได้เลือดสาดอะไรมากมาย

4 หนัง LGBT สุดฟิน!เพราะความรักนั้น…ไม่มีขอบเขต

วันนี้จะพามาแนะนำ ดูหนังออนไลน์ แนว LGBT บอกเลยว่าสนุกมากๆ หลายคนอาจจะงงอยู่ใช่ไหมคะ คำว่า LGBT คืออะไร? ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ เป็นความรักที่ไม่จำกัดขอบเขตว่าต้องเป็นเพศไหน ในคำย่อ LGBT นั้นเป็นการนำเอาตัวย่อของ 4 คำมาไว้ด้วยกัน
– L มาจาก Lesbian /ผู้หญิงที่ชื่นชอบผู้หญิงด้วยกัน
– J มาจาก Gay /ผู้ชายที่ชื่นชอบผู้ชาย
– B มาจาก bisexual /คนที่มีความชื่นชอบได้ทั้งสองเพศ
– T มาจาก Transgender /กลุ่มคนรักข้ามเพศ
วันนี้จึงอยากจะมาแนะนำหนังแนว LGBT ที่ดีมาก แล้วจะรู้เลยว่าความรักนั้นมีหลายรูปแบบ จะมีเรื่องไหนบ้างตามมาดูกันเลยค่ะ
1. Happy Together (1997)
เป็นภาพยนตร์ที่การันตีคุณภาพด้วยรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในปี 1997 เรื่องนั้นได้ตีแผ่ชีวิตคู่ของคนสีม่วงที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอันเจ็บปวด มีความรัก ความเจ็บปวด ความเหงา ความอ้างว้าง และโดดเดี่ยวอยู่ในเรื่องนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้เกือบทั้งหมดจากถูกถ่ายทำที่ประเทศอาร์เจนตินา เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะพลาดไม่ว่าจะยังไงก็ตาม
2. Call me by your name (2017)
จากนิยายสู่ภาพยนตร์ที่ได้กระแสตอบรับที่ดีมากๆ ก่อนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ถึง 4 สาขาด้วยกัน เนื้อเรื่องได้นำเสนอรูปแบบความรักที่ยังเน้นความสวยงามของโลเคชั่น แฟชั่น เครื่องแต่งกาย และศิลปะที่สวยงาม เลยกลายเป็นหนังรักที่ภาพสวยอีกเรื่อง ที่ก่อให้เกิดกระแสตามรอยภาพยนตร์จากแฟนๆทั่วโลกอีกด้วย
ในเรื่องราวนั้นจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนของประเทศอิตาลี มีนักศึกษาชาวอเมริกันวัย 24 ได้เดินทางมายังอิตาลีเพื่อศึกษาดูงานให้กับพ่อ ได้เจอกับเด็กหนุ่มอายุ 17 ปีและก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่กลายเป็นรักครั้งแรกไม่สมหวัง ความรักของพวกเขานั้นจะเป็นยังไงจะต้องไปดู
3. มะลิลา / The Farewell Flowers (2017)
ภาพยนตร์ไทยแนวโรแมนติกดราม่าที่ได้รับรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซานที่ประเทศเกาหลีใต้ เนื้อเรื่องนั้นได้บอกถึงความอาลัยแก่คนรักที่จากไป น้อยเจ้าของสวนมะลิที่มีอดีตแสนเจ็บปวด เป็นการนำคนสองคนที่เป็นบุรุษมาเจอกัน หนังสอนให้รู้จักคำว่าปลงปล่อยวาง โดยใช้บายศรีเป็นการบอกเล่าเนื้อเรื่องอีกด้วย
4. Love Simon (2018)
เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มม.ปลายวัย 17 ปีที่เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ภายนอกก็ดูเป็นเด็กที่มีชีวิตที่ Project คนหนึ่ง แต่ความเป็นจริงแล้วเขาก็รู้ว่าตัวเองนั้นเป็นเกย์และกำลังประสบปัญหาในเรื่องของการเปิดเผยตัวเอง เขาก็เลยได้สร้างอีเมล์เพื่อจะใช้เป็นนามแฝงและประกาศตัวเองในนั้นว่าเป็นเกย์ เพื่อที่จะได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวของตัวเอง หนังเรื่องนี้เป็นหนังรักสุดสำเร็จที่มีความพิเศษอยู่ที่การเล่าเรื่อง และบริบทของสังคมครอบครัวและการยอมรับตัวเองและผู้อื่น

6 หนังดีแห่งยุค 90! ดูกี่ครั้งก็ยังประทับใจ

ความอมตะของ หนังออนไลน์ 2020 ดีๆนี้เลยก็ คือ ความประทับใจ สนุก ที่ไม่ว่าจะหยิบมาดูกี่ครั้ง..หรือผ่านไปกี่ปียังดีเหมือนเดิม! นี่ละคะคือความอมตะของหนังดี วันนี้เลยอยากจะพาทุกคนมาย้อนรอยหนังออนไลน์หนังยุค 90 ว่ามีเรื่องไหนบ้างที่น่าประทับใจและน่าหยิบมาดูเสมอ…
(1) Forrest Gump (1994)
เป็นภาพยนตร์ที่ดีเยี่ยมเรื่องนี้มักจะถูกหยิบมาพูดถึงอยู่บ่อยๆไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน เป็นอีกเรื่องนึงที่เป็นตำนานภาพยนตร์ทรงคุณค่าของโลก หนังนั้นเป็นแนวสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนดูที่มีแง่มุมให้คิดหลากหลายด้านในการใช้ชีวิต ตัวหนังนั้นได้ 13 รางวัลออสการ์ และกวาดรายได้ถล่มทลายถึง 677.9 ล้านเหรียญอีกด้วย บอกเลยว่าเป็นอีกเรื่องนึงที่คุณไม่ควรจะพลาด
(2) Philadelphia (1992)
เป็นภาพยนตร์สุดดราม่าที่เข้มข้นโดยผู้กำกับโจนาธาน เด็มมี่ เป็นหนังที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงของเจฟฟรีย์ โบเวอรส์ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับทนายที่ถูกไล่ออกเพราะติดเชื้อ hiv จนมีคดีฟ้องร้องอันโด่งดังและฉาวตามมา นอกจากเนื้อเรื่องจะดีแล้วนักแสดงอย่างทอม แฮงค์ ในบทเกย์เป็นก็แสดงที่น่าทึ่งมากเลยทีเดียว
(3) Father of the Bride (1991)
เป็นภาพยนตร์เบาสมองที่รีเมคมาจากภาพยนตร์สุดคลาสสิคของผู้กำกับ วินเซนต์ มิเนลลี่ ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้นักวิจารณ์ต่างยกให้เป็นหนังที่ฟิวกู๊ด ที่ได้สร้างทั้งรอยยิ้มและน้ำตาได้อย่างลงตัวและอบอุ่นหัวใจ ประเด็นของเรื่องนี้จะเกี่ยวกับมุมมองความเป็นพ่อและแม่ที่มีต่อลูก เป็นหนังที่สามารถดูได้ทุกเพศทุกวัย…เป็นหนังครอบครัวอีกเรื่องหนึ่งที่น่าดู
(4) Cape Fear (1991)
เป็นหนังที่ได้ดัดแปลงจากนิยายของ จอห์น ดี. แม็คโดนัลด์ และหนังคลาสสิคปี 1962 เรื่องได้พูดถึงปัญหาครอบครัวที่ใกล้จะล่มเต็มที มีความร้ายกาจเจ้าเล่ห์เพทุบายที่อยู่ในจิตสำนึกของมนุษย์ทุกคน เป็นภาพยนตร์ที่คมคายและจิกกัดได้เจ็บแสบมากๆ แต่ก็ยังสามารถให้แนวคิดและกระตุ้นจิตสำนึกให้คนดูได้เป็นอย่างดี
(5) Postcards from the Edge (1990)
นี่คือภาพยนตร์ตลกร้ายสุดคลาสสิก ที่ดัดแปลงจากนิยายของฟิชเชอร์ เป็นการหยิบช่วงหนึ่งของชีวิตเธอขึ้นมาเขียน ซึ่งหนังก็ได้เสียงตอบรับที่ดีจากนักวิจารณ์และผู้ชมในยุคนั้น บรรยากาศของหนังจะทำให้รู้สึก เศร้า ซึ้ง ตลก แสบ เป็นเรื่องที่ครบรสเป็นอย่างมาก สามารถดูได้เพลินๆ
(6) Clueless (1995)
เป็นหนังที่ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง Emma หลังจากออกฉายก็ทำเงินไปได้ทั้งหมด 56.6 ล้านเหรียญจากการสร้างแค่ 12 ล้านเหรียญเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ด้วยเสียงตอบรับที่ดีนักวิจารณ์ได้บอกว่าเป็นเรื่องที่สดใหม่ไม่เหมือนใคร หนังเรื่องนี้ได้กลายเป็นกระแสอยู่พักนึงเพราะเรื่องแฟชั่นและสไตล์การแต่งตัวของนางเอก ที่สร้างอิทธิพลต่อคนดูเป็นอย่างมากในยุคนั้น

รู้หรือเปล่า? แค่ดูหนังออนไลน์ ก็สามารถถ่ายภาพได้เก่งขึ้น!

การดู ดูหนังออนไลน์ นอกจากจะได้รับความสนุกสนานแล้ว ก็สามารถเสริมทักษะให้กับตัวเองได้มากยิ่งขึ้นด้วย ยิ่งใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การดูหนังจึงเป็นการเสริมทักษะในการถ่ายภาพให้เก่งมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งจะช่วยอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลย
1. รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ
การใส่ใจในรายละเอียดความเข้ากันของเนื้อหาในภาพเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพสินค้า การถ่ายชุดบิกินี่ การถ่ายแต่งงาน บางคนก็อาจจะลืมในเรื่องการจัดของต่างๆที่ให้เข้ากับภาพ มันเป็นเรื่องที่สำคัญมากถึงแม้จะเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆก็ต้องเก็บและใส่ใจ เพราะฉะนั้นลองดูภาพยนตร์ว่าเขามีรายละเอียดที่น่าดูกันตรงไหนบ้าง
2. ในเรื่องของอารมณ์ในภาพ
อารมณ์ของภาพสายตาต่างๆ ลองจำความรู้สึกละเอียดสีหน้าสายตาอารมณ์ที่ตัวละครใช้ในตอนนั้น การถ่ายภาพในลักษณะนี้จะต้องเข้าใจในเรื่องการสื่ออารมณ์และในการนำเสนออารมณ์ออกมาในนั้นด้วย จึงจะทำให้คนดูได้เข้าใจถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นมากขึ้น
3. การวางเฟรม
ในเรื่องของเฟรมภาพในโลกภาพยนตร์นั้นจะมีหลากหลายแบบมาก มากจนที่จะต้องลองเอามุมไปใช้ถ่ายภาพก็ได้ เช่น มุมการเล่าเรื่องของการท่องเที่ยวหรือเล่าบรรยากาศในเมือง ถ้าอยากถ่ายภาพสวยๆก็ลองสังเกตว่าเขาจัดเฟรมหรือวางมุมไหนถึงได้ถ่ายออกมาสวย
4. การเล่าเรื่องของภาพในหนัง
การเล่าเรื่องในหนังเป็นสิ่งสำคัญ ดูว่าในหนังนั้นมีการใช้คำพูดที่น่าสนใจไหม เนื้อหาในเรื่องต่อเนื่องเป็นเรื่องราวเดียวกันหรือเปล่า แล้วยิ่งเป็นเรื่องที่มีการเขียนรีวิวที่ต้องใช้ภาพในการนำเสนอนั้น ใครเป็นสารด้านนี้ก็ควรจะเรียนรู้จากตรงนี้ได้เป็นอย่างดี
5. การจัดแสงของหนัง
แน่นอนว่าภาพยนตร์มักจะไม่ใช้แสงธรรมชาติไปทุกตอน ยิ่งในบางตอนที่จะต้องถ่ายด้วยไฟเพิ่มแสงธรรมชาติไม่พอ ให้ลองสังเกตว่าเขาจัดไปลักษณะไหนหรือใช้แสงในรูปแบบไหน นั่นก็เพื่อนำเอามาปรับใช้กับภาพถ่ายของเรานั่นเองค่ะ
6. มุมกล้องในหนังภาพยนตร์
ภาพยนตร์แต่ละเรื่องก็ทำมุมกล้องออกมาดีมากๆ แต่บางเรื่องก็ทำให้มึนหัวเหมือนกัน นั่นแหละค่ะที่จะบอกก็คือมุมกล้องในการเล่าเรื่องแต่ละเรื่องนั้นจะมีความแตกต่างกันออกไป ลองดูว่าถ้าชอบมุมไหนเป็นพิเศษก็ลองหยิบมาใช้ดูบ่อยๆ ใครที่เป็นคนที่ชอบถ่ายวิดีโออยู่แล้วรับรองได้ว่าการดูหนังจะช่วยให้ชำนาญมากขึ้น
7. การใช้โทนสี
โทนสีในแต่ละเรื่องนั้นจะมีลักษณะสีที่แตกต่างกันออกไป การใช้โทนสีที่แตกต่างกันนั้นจะทำให้ได้อารมณ์คนละแบบ ทำให้หนังนั้นดูโรแมนติก ดูเศร้า ดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณดูโทนสีในหนังเรื่องที่คุณชอบก็ลองจำโทนไว้แล้วนำมาใช้ดู

4 หนังญี่ปุ่น”เลือดสาด” สนุก สยอง แบบไม่ทันตั้งตัว!!

วันนี้เราจะมาแนว หนังออนไลน์ เลือดสากโหดๆของญี่ปุ่นกัน! หลายๆเรื่องในนี้อาจจะผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแล้ว ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นแต่รับรองว่าสนุกน่ากลัวอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากว่าใครที่กลัวเลือดแนะนำว่าอย่าดูดีกว่า เอาล่ะเรามาดูกันเลยว่าหนังในวันนี้มีเรื่องอะไรที่น่าดูบ้างตามมาเลย..
1. As The Gods Will (2014)
เป็นหนังที่ไม่ได้สยองขนาดนั้นแต่เลือกจากกระจายแบบน่ากลัวเอามากๆ เป็นหนังที่รวมแล้วมันทั้งสนุกตื่นเต้นและลุ้นไปกับทุกๆตอนของเรื่อง เนื้อเรื่องเริ่มต้นขึ้นจากหนุ่มมัธยมปลายที่เกิดเบื่อชีวิตจึงร้องขอพระเจ้าเล่นๆว่า “ช่วยทำให้โลกนี้ไม่น่าเบื่อทีเถอะ” จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่พระเจ้าส่งเกมมาให้เด็กหนุ่มคนนี้เล่นบทง่ายๆก็คือ แพ้เท่ากับตาย แล้วเกมแต่เกมที่เล่นนั้นโหดและต้องใช้ไหวพริบ สุดท้ายแล้วผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่จะเป็นใครหรือจะไม่เหลือกันนะถ้าอยากรู้ต้องไปดู
2. Puzzle (2014)
เป็นเรื่องที่สร้างจากนิยายแสงด้วยความโรคจิตและความโหดเหี้ยมเอาไว้ในเนื้อเรื่อง เรื่องราวนั้นจะเป็นการแก้แค้นของชายคนหนึ่งกับวิธีการที่น่ากลัว เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อมีนักเรียนหญิงคนหนึ่งพยายามฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดอาคารของโรงเรียน เธอก็รอด…แต่ในระหว่างที่เธอรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลก็มีกลุ่มคนสวมหน้ากากทานตะวันเข้าแก้แค้นให้กับเธอ บอกเลยว่าความสยองนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในเนื้อเรื่อง สุดท้ายแล้วแก๊งปริศนาทานตะวันนี้คือใครและทำไปเพื่ออะไรต้องไปติดตาม
3. Lesson of the Evil (2012)
เป็นหนังป่วยจิตที่นำเสนอความโหดได้ชวนผวา ทำให้เรารู้ว่าคนเรานั้น “รู้หน้ารู้หน้าไม่รู้ใจ” เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดเมื่อคุณครูหนุ่มสุดหล่อแสนดีได้กลายเป็นคนโรคจิต ที่วันหนึ่งได้ลุกขึ้นมาไล่ฆ่านักเรียน คุณครูสอนภาษาอังกฤษเป็นหนุ่มไฟแรงที่ทั้ง ฉลาด เก่ง รูปหล่อ จนเป็นที่รักของนักเรียน ภายใต้หน้ากากที่อ่อนหวานนั้นก็มีความโหดเหี้ยมเกินมนุษย์เอาไว้ซ่อนเอาไว้ เพราะเขาเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่สนุกกับการฆ่าคนเป็นอย่างมาก และด้วยความฉลาดจึงทำให้ไม่โดนจับได้อย่างแนบเนียน สุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะเป็นยังไง? จะหักมุมแบบไหน?
4. The Last Supper (2005)
เป็นหนังที่ไม่ควรจะดูตอนกินข้าวเพราะอาจจะทำให้กินข้าวไม่ลงเลยทีเดียว มีเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของการกินมนุษย์สุดสยองของหนุ่มหล่อที่มีจิตไม่ปกติ พี่ชอบกินเนื้อผู้หญิงเป็นชีวิตจิตใจ เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะว่าศัลยแพทย์หนุ่มหล่อ ได้ทำการดูดไขมันของคนไข้ในระหว่างที่เอาไขมันแล้วจะเอาไปทิ้งอยู่นั้น ก็เกิดสนใจขึ้นมาว่ารสชาติของมันเป็นยังไง เขาจึงได้นำไขมันไปปรุงแล้วพบว่ามีรสชาติที่อร่อยแปลกใหม่
แต่คำถามเขาก็ผุดขึ้นมาอีกเมื่อสงสัยว่าแล้วเนื้อมนุษย์น่ะจะอร่อยมากขนาดไหน แล้วไม่นานเขาก็ได้พบกับศพหญิงสาวที่ผูกคอตายจึงได้นำร่างนั้นกลับบ้านและชำเละเป็นอาหารในแบบต่างๆ ตั้งแต่นั้นมาเขาก็เสพติดการกินมนุษย์…

เรื่องดีๆ…ที่ได้จากการดูหนังออนไลน์

การดู หนังออนไลน์ 2020 อยู่ที่บ้านหรือจะดูที่โรงภาพยนต์ ไม่ว่าจะดูอยู่ที่ไหนก็ต่างให้อรรถรสที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าความเป็นส่วนตัว เรื่องของระบบเสียง อาหารเมื่อดูหนัง ความคมชัด เป็นอะไรที่ได้สัมผัสความรู้สึกไปคนละแบบ แต่ถึงแม้จะแตกต่างกันยังไงทั้ง 2 แบบก็ต่างให้ความสนุกสนานไม่แพ้กัน ทั้งยังมีข้อดีที่ให้เหมือนกันอีกด้วย
มาดูกันเลยว่าการดูหนังนั้นมีข้อดียังไง?
1. ได้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่
การดูหนังในทุกแนวก็ต่างให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกันออกไป บางเรื่องก็สร้างความตื่นเต้นจนหัวใจจะหยุดเต้นอยู่แล้ว บางเรื่องก็ทำให้เรารู้สึกประทับใจไปกับมัน บางเรื่องก็ทำให้รู้สึกเศร้าจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ แล้วประสบการณ์เหล่านี้บางครั้งเราก็กลับเอามาใช้ในชีวิตจริงได้อีกด้วย ต้องบอกเลยว่าหนังนั้นได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด
2. คลายเครียด
อันนี้เป็นประเด็นหลักที่คนมักจะมาดูหนังเลยนะคะ การดูหนังนั้นทำให้ช่วยคลายความเครียดของเราได้เยอะเลย ไม่ว่าจะเป็นหนังประเภทไหนก็ตาม แต่หนังในบางเรื่องนั้นก็อาจจะเครียดกว่าในชีวิตจริงจึง ไม่แนะนำว่าถ้าหากเครียดอยู่แล้วก็ไม่ควรจะดูแนวเครียดๆให้ปวดหัว เพราะบางคนเครียดอยู่แล้วก็อาจจะรับเรื่องเครียดๆเข้ามาอีกไม่ไหว แนะนำให้ดูแนวตลกหรือแนวโรแมนติกแอคชั่นต่างๆ ที่จะทำให้คุณจดจ่ออยู่แต่กับการดูหนังจึงทำให้ลืมความเครียดต่างๆไป
3. เป็นการฆ่าเวลาได้ดี
การดูหนังถือว่าเป็นการฆ่าเวลาได้ดีเมื่อไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี หลายๆคนคงจะคิดเหมือนกันใช่ไหมคะว่า…เมื่อไม่มีอะไรทำก็มักจะหาหนังมานั่งดู หรือไม่ก็ไปดูตามโรงภาพยนตร์ที่จะทำให้รู้สึกดีกว่า การดูหนังนอกจากจะช่วยฆ่าเวลาก็ยังมีประโยชน์หลายอย่างเลย ถ้าหากว่างๆก็อย่าลืมดูหนังกันเยอะล่ะมันช่วยฆ่าเวลาได้ดี
4. ได้แรงบันดาลใจ
หนังบางเรื่องก็ทำให้เราได้รับแรงบันดาลใจดีๆไม่ว่าจะเป็นข้อคิดต่างๆที่ได้จากในหนัง ยิ่งเฉพาะหนังชีวิตที่สร้างจากเรื่องจริงหรือหนังแนวแรงบันดาลใจ มันเป็นสิ่งที่ทำให้กระตุ้นจิตใจของคนเราหันมาสู้ชีวิตมากขึ้น ทัศนคติบางอย่างก็ถูกใส่ในหนังซึ่งอาจจะไปกระตุ้นอะไรกับคนดูบางอย่าง บางคนการดูหนัง 1 เรื่องทำให้เปลี่ยนชีวิตไปเลยก็ได้
เห็นไหมล่ะคะว่าการดูหนังนั้นไม่ใช่แค่เรื่อง ความสนุกสนานความบันเทิงเพียงอย่างเดียว แต่มันยังแฝงไปด้วยประโยชน์หลายๆอย่างที่ได้พูดไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งจริงๆบางคนอาจจะได้ประโยชน์จากการดูหนังมากกว่าที่เราคิด แต่หนังแนวฆาตกรรมอะไรแบบนี้ก็ไม่ควรจะเป็นแรงบันดาลใจของใคร เพราะไม่อย่างนั้นก็แย่เลยใช่ไหมคะ! ดูสนุกๆก็พอเนาะ

4 หนังออนไลน์ ที่ดีตลอดกาล ที่คุณไม่ควรพลาด!!

มี หนังออนไลน์ หลายๆเรื่องที่น่าดูเป็นอย่างมาก ต้องบอกเลยว่ามีหลายสิ่งที่ได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก การที่เทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลาจึงทำให้การดูภาพยนตร์สักเรื่องในสมัยนี้มันง่ายกว่าแต่ก่อน แต่บอกเลยว่าหนังบางเรื่องนั้นแม้จะเก่าจะแก่ขนาดไหนแต่ก็เป็นหนังดีที่ยังคงคุณค่าเสมอ วันนี้เราจะพามาคุณมารู้จักกับหนังเก่าแก่และดีเหล่านั้น ซึ่งคุณไม่ควรจะพลาดเด็ดขาด
หนังดีตลอดกาลที่คุณไม่ควรพลาด
1. Ratatouille
เป็นหนังที่สร้างขึ้นมาได้สร้างสรรค์เป็นอย่างมาก ยกหนูสกปรกๆตัวหนึ่งที่แน่นอนว่าใครก็ต่างพากันรังเกลียดแน่นอน เพราะหนูกับร้านอาหารเป็นของที่ไม่ถูกกันเป็นอย่างมาก แต่หนูในเรื่องนี้เป็นหนูที่มีความฝันที่อยากจะเป็นเชฟ อีกทั้งยังสามารถทำอาหารได้อร่อยกว่ามนุษย์ซะอีก นอกจากเนื้อเรื่องจะดีแล้วในหนังนี้ อนิเมชั่นด้านกราฟิกก็สวยงามชวนให้น่าติดตามเอามากๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นอนิเมชั่นของเด็กแต่ก็สามารถที่จะดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เป็นอนิเมชั่นที่พลาดไม่ได้อีกเรื่องนึงที่คุณจะต้องดู
2. Iron Man
พูดจากใจเลยว่าเป็นหนังที่เปิดตัวซุปเปอร์ฮีโร่ที่ดีมากๆอีกเรื่องหนึ่ง แถมยังเป็นเรื่องที่เป็นขวัญใจของหลายๆคนเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังควบตำแหน่งคนสำคัญของอาณาจักร Super Hero Marvel อีกด้วย ในเรื่องนั้นได้กล่าวถึงมหาเศรษฐีพันล้านที่ไม่ได้มีพลังวิเศษอะไรแต่พลังวิเศษที่เขามีเลยก็คือความรวยของเขานั่นเอง แต่สุดท้ายแล้วเขาก็กลายมาเป็นฮีโร่ภายใต้ชุดเกราะเหล็ก ที่ตอนแรกได้สร้างชุดนี้ขึ้นมาเป็นอะไรที่ตื่นตาตื่นใจเอามากๆ ต้องบอกว่าองค์ประกอบของหนังรวมนักแสดงและอารมณ์ขันของเขาก็ทำให้หนังประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก
3. The Shawshank Redemption
ประโยคเรียบง่ายที่ลึกซึ้งในหนังแห่งนี้ที่กินใจและปลุกใจ อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมายเลยก็ คือ
“ความกลัวอาจจองจำเรา แต่ความหวังมอบอิสรภาพให้เรา”
เนื้อเรื่องจะเป็นเกี่ยวกับนายธนาคารที่ถูกจับในข้อหาฆาตกรรมภรรยาและชู้รักของภรรยา ซึ่งตัวเขานั้นก็เชื่อว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์แต่หลักฐานต่างๆก็กลับชี้มาที่ตัวเขาหมด เพราะแบบนี้จึงทำให้เขาต้องจำคุกตลอดชีวิต
ตลอดเวลาช่วง 19 ปีที่อยู่ในคุกเขาก็ได้พบเจอและเรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย รวมถึงการมอบความหวังให้กับคนรอบข้าง และสิ่งสำคัญก็คือการไม่หวังพึ่งในโชคชะตาแต่พยายามทำสิ่งหนึ่งทุกวันโดยไม่รอคอยให้สิ่งต่างๆเกิดขึ้นเอง
4. Schindler’s List
หนังสะเทือนอารมณ์เรื่องหนึ่งที่ถ่ายทอดความโหดร้ายของนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อย่างยอดเยี่ยม ที่เป็นผลงานของ สตีเว่น สปีลเบิร์ก ถึงแม้ทางเริ่มจะเป็นภาพสีขาวดำที่ทำให้บรรยากาศของนั้นดูหมองและสลดหดหู่มากขึ้น แล้วยิ่งทำให้สลดเข้าไปอีกในเมื่อใช้สีแดงกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง บอกเลยนะคะว่าไม่ใช่แค่ว่าสลดหดหู่อย่างเดียวในหนังนั้นยังมีความดีงามของมนุษย์ในช่วงค่ำการโหดร้ายอยู่เสมอ ซึ่งหนังทำออกมาได้ดีจริงๆ